หน้าแรก / ข่าวสารและบริการ

อาหารการกิน

ปัจจุบันนี้เรื่องการรับประทานอาหารประเภทผลไม้เป็นที่นิยมกันทั่ว เพราะผลไม้นั้นสามารถเพิ่ม วิตามิน B, C ให้กับร่างกายและช่วยป้องกันโรคต่างๆรวมทั้งมะเร็งบางชนิด และเป็นผลดีต่อผิวพรรณรวมถึงระบบการขับถ่ายอีกด้วย ฉะนั้นผลไม้นั้นมีผลดีต่อร่างกาย แต่ถ้าหากรับประทานมากเกินไป ก็สามารถเกิดผลข้างเคียงและเกิดโทษได้เช่นกัน ซึ่งต้องปรับประทานให้ถูกวิธีและถูกสุขลักษณะ เช่น ควรรับประทานขึ้นอยู่กับอากาศและพื้นที่ ตัวอย่างเช่น ในประเทศแถบยุโรป อเมริกา รัสเซียต่างๆ ซึ่งผลไม้นั้นมีผลดีกับร่างกายมาก เพราะในประเทศดังกล่าวที่กล่าวมานั้น อากาศแห้ง แดดน้อย และอากาศส่วนใหญ่เย็นและหนาว ซึ่งการรับประทานผลไม้จะช่วยในเรื่องผิวพรรณ และทำให้ผิวพรรณชุ่มชื้น แต่สำหรับประเทศแถบเอเซียนั้น ถือเป็นกลุ่มประเทศที่ชุ่มชื้นโดยเฉพาะประเทศแถบเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ไม่ควรรับประทานเกินขนาด เพราะถ้าหากรับประทานเกินขนาดแล้วจะก่อให้เกิดกระเพาะเย็น ม้ามและไตอ่อนแอ ซึ่งเป็นสาเหตุที่ให้เกิดเลือดลมติดขาดและอูดตัน ตามแพทย์แผนจีน ม้ามและกระเพาะจัดอยู่ในประเภทธาติดิน ดินเป็นบ่อเกินสพรรพสิ่ง ในร่างกายคนเรานั้นมีเซลล์พันๆล้านๆตัวต้องอาศัยม้ามและกระเพาะหล่อเลี้ยง ซึ่งหากกระเพาะลำไส้ทำงานเสื่อมถอย จะทำให้ปอดไม่มีแรงทำงาน เป็นเหตุให้เกิดจมูกอักเสบ ไซนัส ในขณะเดียวกัน ความชื้นเกาะอยู่ในกระเพาะตีขึ้น ทำให้จุดชีพจรอูดตันติดขาด เลือดเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ เป็นผลทำให้มึนหัวปวดหัว และความชื้นนั้นไปเกาะติตเส้นเอ็น ก็จะทำให้ปวดเมื่อยตามร่างกาย และแขนขา อีกทั้งเป็นโรคเก๊า ส่งผลให้กระเพาะอักเสลเรื้อรัง ทำให้เกิดลมในกระเพาะและท้องแน่น ซึ่งความชื้นในกระเพาะจะไปเกาะติดอยู่ใต้ลิ้มปี่ของหัวใจ ทำให้หัวใจทำงานเกินกว่าที่จะรับได้ ทำให้หัวใจพองโต หลอดเลือดอูดตัน แน่นหน้าอกและหายใจติดขาด หรือถ้าหาก ความชื้นซึมผ่านเข้ามดลูก ก็จะเป็นเหตุก่อให้เลือดลมขาดกัน ทำให้เกิดเนื้องอกในมดลูก ซิสไขมันในมดลูก ถุงน้ำต่างๆ ในขณะเดียวกัน หากกระเพาะลำใส้ขาดพลังงานก็อาจจะก่อให้การย่อยไม่เกิดประสิทธิผล การสร้างเลือดผิดปกติและขาดเลือด เม็ดเลือดแดงและขาวขาดสมดุล ตามที่ว่าไว้กระเพาะลำไส้และม้ามจัดอยู่ในธาติดิน เมื่อดินบกพร่อง ทำให้ไม่สามารถเพาะปลูก ซึ่งตับจัดอยู่ธาติไม้ เมื่อกระเพาะลำไส้ทำงานผิดปกติ จึงส่งผลให้ตับเสื่อมถอยและทำงานผิดปกติด้วย ทำให้ง่ายต่อการเกิดไวรัสตับเอ บี ไขมันก่อที่ตับและตับแข็งต่างๆ ตามประสบการณ์ของข้าพเจ้า โรคภัยไข้เจ็บของคนเรานั้นเกิดได้จาก 4ด้าน คือ (1)ด้านอาหาร ร้อนก็มีพิษ เย็นก็มีพิษ ซึ่งควรรับประทานอย่างถูกวิธีและพอเหมาะ เช่น กระเพาะเย็น ปอดขาดพลังงาน ทำให้ไม่สามารถต่อต้านเชื้อโรคและโรคต่างๆ จึงทำให้เกิดไข้เป็นหวัด หรือเจ็บไข้ได้ป่วยอื่นๆ (2)ด้านอากาศ เพราะในอากาศก็มีเชื้อโรคและสิ่งสกปรกต่างๆ (3)ด้านการดูแล ซึ่งควรที่จะกินอย่างถูกสุขลักษณะ และอย่าทำงานเกินกว่ากำลัง เที่ยวอย่างเหมาะสม และพักผ่อนให้เพียงพอ (4)ด้านอุบัติเหตุ ซึ่งเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยด้านล่างเป็นอาหารที่ให้โทษและมีคุณค่าซึ่งข้าพเจ้าได้นำยกเป็นตัวอย่าง ขอให้ทุกท่านสุขภาพแข็งแรงและโชคดี

อาหารที่ห้ามรับประทานและที่ทานได้

อาหารที่ล้างยา

หน่อไม้ หัวผักกาด(หัวไชท้าว)

อาหารธาตุเย็น

ที่ส่งผลทำให้กระเพาะลำไส้อ่อนแอ ซึ่งส่งผลให้มือ เท้า ไม่มีแรง ปวดเมื่อยตามร่างกราย หรือเหน็บชา (กรณี ผู้หญิงที่กินของเหล่านี้เป็นประจำ จะทำให้มีอาการตกขาว และอ้วนแบบบวมนํ้าด้วย) สาลี่ แตงโม มังคุด มะพร้าว สับปะรด มะนาว มะขาม มะม่วงเปรี้ยว ชมพู่ และน้ำผลไม้ทุกชนิด นํ้าแข็ง น้ำเย็น นํ้าแครอท นํ้า มะพร้าว เฉาก๊วย ผักกาดขาว ผักกระเฉด ผักตำลึง ผักดิบทุกชนิด สลัดผักและสลัดผลไม้ ดอกไมจีน ผักบุ้ง แตงกวา กะทิ นํ้าลูกยอ โยเกิรต์ ไอศกรีม นํ้าอัดลมทุกชนิด บวบ มะไฟ มฺะเฟืออง ถั่วเขียว นํ้าชาเย็นทุกชนิด โอ เลี้ยง นํ่าชาทุกชนิดที่แช่เย็น

อาหารที่กัดผนังกระเพาะ

อาหารรสเปรี้ยวทุกชนิด อาหารรสเผ็ดทุกชนิด(ยกเว้นพริกไทย)และของหวานทุก ชนิดจะกัดผนังกระเพาะในกรณีที่รับประทานหลังพระอาทิตย์ตกดินเพราะจะกลายสภาพเป็นกรดเปรึ่ยว

อาหารที่ก่อแก๊สในระบบทางเดินอาหาร

อาหารที่มีใส่ผงฟู เช่น พิซซ่า ขนมป็ง นมกล่อง นมทเปปรี้ยวทุกชนิด ไข่ทุกชนิด ฟักทอง มันทุกชนิด หอมใหญ่ ต้มจับฉ่าย ถั่วทุกชนิด(รวมถึงอาหารสำเร็จรูปที่มีส่วนผสมของถั่ว ด้วย เช่น เต้าเจึ่ยว เต้าหู้ นํ้าเต้าหู้)ลูกพลับ กาแฟ นํ้าอัดลม

อาหารที่เสลงต่อโรค

(โรคมะเร็งทุกชนิด เนื้องอก เนื้อร้าย โรคเกี่ยวกับต่อมนํ้าเหลือง โรคที่เกี่ยวกับระบบ เลือด โรคผิวหนังทุกชนิด อาการไอ คนที่มีเสมหะมาก) เนื้อวัว รังนก กุ้ง หอย ปู ปลาทู ปลาดุก ปูเค็ม ไข่เค็ม ปลาเค็ม หอยดอง ปลากระป๋อง ของดองทุกชนิด ของปิ้ง ทอด ย่างทุกชนิด นํ้าพริกกะปิ ปลาหมึก ส้มตำ แกงสัม ต้มยำทุกประเภท ยำทุกชนิด ปลาร้า ไข่ทุกชนิด อาหารที่มีใส่ผงฟู และผลไม้จำพวก ขนุน ทุเรียน

อาหารธาตุร้อนที่ทำให้เกิดการอักเสบภายในร่างกาย(ร้อนใน)
ขนุน ทุเรียน ถั่วชนิดต่าง เผือก ข้าวเหนียว มะม่วงสุก กุยช่าย กระเทียม หอมใหญ่ (นอกจากจะทำให้อักเสบภายในแล้วยังส่งผลให้ไตอ่อนแอ ฉี่เหลือง มีฟองมาก และกลิ่นเหม็น มีแก๊สมาก ในกรณีผู้ชายจะทำให้เสื่อมสมรรถภาพทางเพศได้) ถ้าเกิดในอาหารที่สั่งใส่กระเทียมใน กับข้าวสามารถทานได้แต่ไม่ควรทานตัวกระเทียมเป็นอันใช้ได้

อาหารที่ทำให้แท้งลูกหรือเลือดตกในได้

เลือดทุกชนิดจากสัตว์ เช่น เลือดหมู เลือดเป็ด ห่าน หรือไก่ ปูทุกชนิด กุยช่าย (ผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ หรือเป็นโรคโลหิตจาง หรือประจำเดือนผิดปกติ ห้ามทานโดยเด็ดขาด)

อาหารที่ดีต่อสุขภาพ

- กล้วยนํ้าว้า องุ่น ฝรั่ง ละมุด ลิ้นจี่ ลำไย แอปเปิล เงาะ มะละกอ (ห้ามนำไปแช่เย็น สามารถทานได้เล็กน้อยและให้เลือกอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น และให้ทานหลังอาหารเที่ยง เท่านั้น
- เนื้อหมู หัวใจหมู กระเพาะหมู เนื้อไก่ เนื้อเป็ด เนื้อห่าน เห็ดไม่มีพิษทุกชนิด เนื้อปลานึ่งและตุ๋น(เช่น ปลากระพง ปลากระบอก ปลาจาระเม็ด ปลาช่อน ปลาทราย ปลากุเลา ปลาหิมะ และปลาเก๋า ดี ที่สุด ) มะระ ดอกกะหลํ่าปลี ผักบ๊อกชอย ผักกวางตุ้ง สาหร่ายทะเล ผักคะน้า ผักปวยเล้ง ผักตั้งอ๋อ ผักแก้ว พริกหวาน มะเขือเทศ ฟักต้มกระดูกหมู กระเพรา พริกไทย ขึ้นฉ่าย พริกหยวก และ เครื่องเทศอื่นๆ กี๊ยวซ่าต้มหรือนึ่ง
- เครื่องดื่มที่ดีทีสุดคือ นั้าอุ่น นั้าชาร้อน(ประเภทชาหมัก เช่นจำพวกชาแดง หลังอาหารเที่ยงจะดีที่สุด
- ของหวานที่ทานได้มีเม็ดบัว แปะก๊วย ลูกเดือย พุทราแดง(ทั้งนี้ต้องทานก่อนพระอาทิตย์ตกดินและทานขนาดที่อุ่นหรือร้อน)


**สำหรับ เอเชียแปซิฟิก ผลไม้ต่างๆจะเกิดธาติเย็นในร่างกาย ตรงกันข้าม สำหรับประเทศกลุ่ม ยุโรป อเมริกา สามารถทานผลไม้ตามปกติได้เนื่องจากความชื้นในดินฟ้าอากาศและธาตุแตกต่างกับทางเอเซียแปซิฟิก

**อาหารที่ห้ามรับประทานนั้น รอให้หายจากโรคก่อนจึงจะรับประทานได้ แต่ก็ไม่ควรทานเยอะเกิน ทุกอย่างควรเดินทางสายกลาง...

ติดต่อเรา